| License ของ Windows XP สำหรับติดตั้งบนเครื่อง (แบบไม่ใช่อัพเกรด)
1. Volume License : ที่เรียกกันว่า Corporate License สำหรับองค์กรที่มีจำนวนเครื่องมากๆ ระดับร้อยขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องทำ Product Activation ดังนั้น License นี้จึงถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้ง่าย และใช้เฉพาะ Windows XP Professional เท่านั้น สำหรับ Windows XP Home Edition จะมีเฉพาะแบบ Retail หรือ OEM License เท่านั้น
2. Retail License : ที่เรียกกันว่า Single Use License คือที่ซื้อปลีกตามร้านค้าทั่วไป License แบบนี้จะต้องทำ Product Activation ภายใน 30 วัน
3. OEM : ที่เรียกกันว่า OEM License จะติดมากับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Brand Name เช่น HP, Compaq, IBM โดยทั่วไปไม่ต้องทำ Product Activation เนื่องจากทางผู้ผลิตได้ทำมาให้แล้ว
Product Key : คือกลุ่มของรหัสตัวเลขผสมกับตัวอักษร (ตัวพิมพ์ใหญ่) ขนาดห้าหลักเรียงต่อกัน เป็นจำนวนห้ากลุ่ม แต่ละกลุ่มจะคั่นด้วยเครื่องหมาย "-" ใช้สำหรับตอนติดตั้ง Windows XP ใหม่ (เช่น 434HR-1GHTU-W15HU-D4MDN-L4M3R ) Product Key แต่ละตัวจะไม่ซ้ำกัน จะถือเป็นเสมือน License ของตัว Windows XP นั่นเอง
Product ID : ตัวเลขที่สร้างหรือได้จากการนำเอา Product Key มาผ่านกรรมวิธีการคำนวณบางอย่าง (เช่น 55274-644-6845946-23867) เป็นต้น
คน ที่รู้วิธีการที่ทางไมโครซอฟท์ใช้ในการสร้าง Product Key พร้อมกับได้เขียนโปรแกรมสำเร็จรูป ที่เรียกว่า Key Generator (KeyGen) ไว้ให้บรรดาพวกนิยมซอฟต์แวร์เถื่อน สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ Product Key ชุดที่ได้จาก KeyGen ตัวนี้ถือเป็น Product Key ที่สามารถใช้งานได้จริง ที่แม้แต่ทางไมโครซอฟท์เองก็ยังจำแนกแทบไม่ออกว่ามันถูกออกโดยทางบริษัท ไมโครซอ?ฟท์โดยถูกต้องเองหรือเปล่า
ข้อมูลจาก http://groups.google.com/group/ok_click_ok |